การใช้งานและคุณสมบัติของลวดตาข่าย 5 ชนิด
ลวดตาข่ายเป็นวัสดุที่มีความสำคัญในการใช้งานหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานก่อสร้าง งานเกษตร งานล้อมรั้ว ไปจนถึงงานอุตสาหกรรมหนักและงานตกแต่ง ด้วยลักษณะที่มีช่องว่างระหว่างลวดและโครงสร้างที่แข็งแรง ลวดตาข่ายสามารถผลิตให้มีความหนา ความยืดหยุ่น และขนาดช่องตาที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปลวดตาข่ายที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่ ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยม ลวดตาข่ายหกเหลี่ยม ลวดตาข่ายถัก ตะแกรงเหล็ก และตะแกรงอาร์ค (Wire Mesh) ซึ่งลวดตาข่ายแต่ละประเภทมีการผลิตจากวัสดุที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง

ลวดตาข่าย 5 ชนิดและการใช้งานที่แนะนำ
1. ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยม
ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยมเป็นตาข่ายที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างและงานเกษตรกรรม ด้วยความแข็งแรงและขนาดช่องที่ได้มาตรฐานเนื่องจากการผลิตด้วยการอาร์ค ทำให้ตาข่ายชนิดนี้มีความแข็งแรงสูง จุดเชื่อมของลวดแน่นหนา มีความทนทานต่อการกัดกร่อนเป็นพิเศษ ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยมมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลวดตาข่ายกรงไก่ หรือ ตะแกรงไก่สี่เหลี่ยม ในบางครั้งที่ผู้ขายหรือลูกค้าต้องการใช้ในงานปศุสัตว์
การใช้งานที่แนะนำ:
- งานก่อสร้าง: เหมาะสำหรับงานเสริมความแข็งแรงของผนังปูน ขอบวงกบประตู รั้วกำแพง และการกั้นแนวทางเดินท่อสายไฟ
- งานเกษตร: ใช้ล้อมพืชพรรณ ล้อมไม้เลื้อย และการทำกรงไก่ กรงนก หรือกรงสัตว์เล็ก
- งานประดิษฐ์และตกแต่ง: ใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานในงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ
2. ลวดตาข่ายหกเหลี่ยม
ลวดตาข่ายหกเหลี่ยมมีลักษณะช่องเป็นรูปหกเหลี่ยม มีความยืดหยุ่นสูงและทนต่อการดึงและแรงกระแทกได้ดี เป็นที่นิยมในการทำกรงสัตว์เลี้ยง เช่น กรงไก่ กรงนก หรือล้อมพื้นที่เกษตรกรรมอย่างฟาร์มปศุสัตว์ เพราะช่องตาเป็นลักษณะหกเหลี่ยมที่ช่วยให้ลวดสามารถปรับตัวได้ตามสภาพการใช้งาน และมีน้ำหนักเบา จึงเหมาะสำหรับงานประดิษฐ์ที่ต้องการวัสดุที่โปร่งและให้อากาศไหลผ่านได้ดี
การใช้งานที่แนะนำ:
- งานเกษตร: เหมาะสำหรับการล้อมแปลงผัก ฟาร์มปศุสัตว์ การกั้นเขตฟาร์ม
- งานประดิษฐ์และตกแต่ง: ใช้ทำโครงสำหรับไม้เลื้อย งานศิลปะ งานตกแต่งในสวน และงานประดิษฐ์ที่ต้องการความโปร่งและน้ำหนักเบา
- งานปศุสัตว์: นิยมใช้ในการทำกรงสัตว์ขนาดเล็ก เช่น กรงไก่ กรงนก เพราะน้ำหนักเบาและง่ายต่อการติดตั้ง

3. ลวดตาข่ายถัก
ลวดตาข่ายถักมีโครงสร้างเป็นการถักลวดให้มีช่องตาสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีคุณสมบัติที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและแรงกระแทกสูง เนื่องจากการถักแบบสานให้ความยืดหยุ่น ทำให้ลวดตาข่ายถักเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ เช่น งานล้อมรั้วสนามกีฬา สวนสาธารณะ การล้อมฟาร์มปศุสัตว์ และพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันพิเศษ นอกจากนี้ยังนิยมใช้ในการล้อมเขตอุตสาหกรรมและการก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงและการป้องกันระดับสูง
การใช้งานที่แนะนำ:
- งานล้อมรั้ว: ใช้ในการล้อมรั้วสนามกีฬา สวนสาธารณะ และฟาร์มปศุสัตว์ที่ต้องการความทนทานสูง
- งานกั้นเขต: นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม การกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และล้อมเขตงานก่อสร้าง
- งานก่อสร้าง: ใช้ในงานเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างงานก่อสร้างที่ต้องการการป้องกันและรับแรงกระแทก
4. ตะแกรงเหล็ก
ตะแกรงเหล็กทำจากเหล็กเส้นที่มีขนาดใหญ่และมีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อการรับน้ำหนักได้ดี เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการโครงสร้างแข็งแรง เช่น การทำพื้นทางเดิน ฝาท่อระบายน้ำ และการใช้งานในงานก่อสร้างที่ต้องการการรับน้ำหนักสูง ตะแกรงเหล็กยังมีบทบาทสำคัญในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการการกั้นเขตและความปลอดภัย เช่น ทางด่วนหรือบริเวณที่ต้องการความปลอดภัยสูง
การใช้งานที่แนะนำ:
- งานก่อสร้าง: ใช้รองรับพื้นทางเดิน ฝาท่อระบายน้ำ หรือโครงสร้างอาคาร
- งานล้อมรั้วอุตสาหกรรม: นิยมใช้ในการกั้นเขตที่มีความปลอดภัยสูง เช่น รั้วโรงงาน รั้วทางด่วน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- งานอุตสาหกรรม: ใช้ในงานที่ต้องการโครงสร้างแข็งแรงและรองรับการทำงานหนัก

5. ตะแกรงอาร์ค (Wire Mesh)
ตะแกรงอาร์คหรือ Wire Mesh ทำจากลวดเหล็กตรงเชื่อมติดกันในทุกจุด ช่วยเพิ่มความทนทานและความแข็งแรง มีความทนทานสูงต่อสภาพอากาศและการกัดกร่อน เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น พื้นทางเดิน รั้วกันตก และงานก่อสร้างทั่วไป ตะแกรงอาร์คยังใช้ในงานตกแต่งภายใน งานอุตสาหกรรมหนัก และงานฟาร์มปศุสัตว์
การใช้งานที่แนะนำ:
- งานก่อสร้าง: เหมาะสำหรับการทำรั้วกันตก พื้นทางเดิน และใช้ในงานโครงสร้างภายในอาคาร
- งานอุตสาหกรรม: ใช้ในงานโครงสร้างหนัก งานป้องกันในโรงงานที่ต้องการความแข็งแรงและทนทาน
- งานตกแต่ง: ใช้เป็นฉากหลังในงานตกแต่งภายในหรืองานจัดแสดง
ลักษณะของลวดตาข่ายในท้องตลาดและการผลิต
ลวดตาข่ายที่ขายในท้องตลาดมีหลายแบบ แบ่งออกเป็น ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยม และ ลวดตาข่ายหกเหลี่ยม โดยแต่ละแบบมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานต่าง ๆ นอกจากนี้ลวดตาข่ายยังแบ่งออกเป็น ลวดตาข่ายชุบร้อน และ ลวดตาข่ายไม่ชุบร้อน ดังนี้:
- ลวดตาข่ายชุบร้อน: ผลิตโดยการขึ้นรูปและเชื่อมติดกันก่อนนำไปชุบร้อนหรือสังกะสี (Hot Dip Galvanized) เพื่อป้องกันการเกิดสนิม เพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน เหมาะสำหรับงานภายนอกที่ต้องเผชิญกับความชื้น ฝน แสงแดด และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
- ลวดตาข่ายไม่ชุบร้อน: ลวดตาข่ายที่ไม่ได้ผ่านการชุบร้อน เช่น ลวดตาข่ายเคลือบพีวีซีหรือลวดตาข่ายลวดดำที่มีความทนทานน้อยกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานภายในหรืองานที่ไม่ต้องการความทนทานสูง ใช้ได้ในงานที่มีลักษณะชั่วคราวหรือไม่ต้องการความแข็งแรงมาก

เคล็ดลับในการเลือกใช้ลวดตาข่ายให้เหมาะสม
ลวดตาข่ายแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะสมกับการใช้งานต่าง ๆ ดังนั้น การเลือกใช้ควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน ความทนทาน และสภาพแวดล้อมที่ลวดตาข่ายจะถูกนำไปใช้ เช่น:
- งานกลางแจ้งและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น: ควรเลือกใช้ลวดตาข่ายที่ผ่านการชุบร้อนหรือเคลือบสังกะสีเพื่อป้องกันการเกิดสนิมและเพิ่มอายุการใช้งาน
- งานภายในและงานตกแต่ง: ลวดตาข่ายไม่ชุบร้อนหรือเคลือบพีวีซีเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะให้ความสวยงามและน้ำหนักเบา
- งานที่ต้องการความแข็งแรงสูง: การเลือกตะแกรงเหล็กหรือตะแกรงอาร์คจะตอบโจทย์ เพราะรองรับน้ำหนักได้ดีและมีความแข็งแรงสูงเหมาะกับการใช้ในงานอุตสาหกรรม
การสั่งซื้อลวดตาข่าย: สิ่งที่ควรสอบถามก่อนเลือกซื้อ
เมื่อเลือกซื้อลวดตาข่าย ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ขายเกี่ยวกับวัสดุ ขนาดลวด ขนาดช่องตา และการเคลือบป้องกันสนิม เพื่อให้มั่นใจว่าลวดตาข่ายที่เลือกนั้นเหมาะกับการใช้งานที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ควรเลือกซื้อลวดตาข่ายจากร้านค้าวัสดุก่อสร้างหรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์เกษตรที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและได้รับคำแนะนำในการใช้งานที่ถูกต้อง

บริษัท แสนดีเด่น สตีล จำกัด มีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกใช้ลวดตาข่ายทุกชนิดเพื่อให้เหมาะกับงานที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นงานราชการ งานก่อสร้าง หรืองานเกษตร และมีผลิตภัณฑ์ลวดตาข่ายคุณภาพสูงที่ได้รับมาตรฐานพร้อมจำหน่ายในราคาย่อมเยา
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดสินค้าหรือราคาสินค้าเพิ่มเติ่ม
ติดต่อเบอร์: 086-332-3030(คุณปุ๊ก) , 02-006-3442 (ออฟฟิต)
Line ID: @ab99
Facebook: บ. แสนดีเด่น สตีล จำกัด
อัปเดตเมื่อวันที่ 29/10/67 เวลา 17.55 น.





